19 พ.ค. 2026 - 13:08
19 พ.ค. 2026 - 13:08
10 ปีที่ผ่านมา กองทุนดัชนี S&P 500 อย่าง VOO ทำผลตอบแทนเฉลี่ย 14.11% ต่อปี
แต่รู้หรือไม่ว่า มีหนึ่งกองทุนดัชนีที่ทำผลตอบแทนได้สูงกว่ากองทุนดัชนี S&P 500 นั่นคือกองทุน SCHG (Schwab US Large-Cap Growth ETF) ทำผลตอบแทนเฉลี่ย 16.92% ต่อปี
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ ถ้า 10 ปีที่แล้วลงทุน 100,000 บาท เงินก้อนนั้นจะกลายเป็น 477,406 บาท
โดยกองทุน SCHG คือ กองทุนที่ลงทุนดัชนี Dow Jones U.S. Large-Cap Growth Total Stock Market ที่ประกอบด้วยหุ้นสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ที่เติบโตสูง
ซึ่ง 10 หุ้นที่กองทุน SCHG ถือครองมากที่สุด ณ วันที่ 27 เม.ย. 69
ซึ่งจะเห็นได้ว่าคล้ายกับ S&P 500 ที่ลงทุนในบริษัทยักษ์ใหญ่ แต่ความแตกต่างที่ทำให้กองทุน SCHG โดดเด่นนั่นคือ กองทุน SCHG จะลงทุนเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ที่มีการเติบโตสูง
ดังนั้นหุ้นที่เติบโตช้า เช่น หุ้นธนาคาร หรือหุ้นพลังงานเก่า ก็จะโดนตัดออกไปหรือมีสัดส่วนที่น้อย
และถ้าเทียบกับกองทุน Nasdaq 100 อย่าง QQQ และ QQQM กองทุน SCHG จะน่าสนใจกว่าตรงที่ลงทุนในตลาด NYSE ด้วย
ทำให้กองทุน SCHG มีหุ้นที่กองทุนดัชนี Nasdaq 100 ไม่มี เช่น Eli Lilly (LLY) ผู้พัฒนายาสำหรับโรคเบาหวานและยาลดน้ำหนัก และ Visa (V) ตัวกลางรับชำระเงินรายใหญ่ของโลก
พอเล่าถึงตรงนี้ หลายคนอาจจะคิดว่าค่าธรรมเนียมสูง แต่รู้หรือไม่ ? กองทุน SCHG ค่าธรรมเนียม (Expense Ratio) = 0.04% เท่านั้น
ขณะที่หากดูผลตอบแทนในอดีตในหลาย ๆ ช่วงของกองทุน ก็พบว่าอยู่ในระดับที่ดีอีกด้วย โดย
ซึ่งจากที่คำนวณไปตอนแรก ถ้าลงทุน 100,000 บาท เงินจะกลายเป็น 477,406 บาท
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันต่อให้กองทุนทำผลตอบแทนได้เท่าเดิม แต่กำไรที่เราได้รับอาจลดลงเป็น 100,000 เพราะมีภาษีลงทุนนอกที่สามารถหักได้ถึง 35% จากกำไร
วิธีที่จะได้รับการยกเว้นภาษีลงทุนนอกก็คือ ลงทุนผ่านกองทุนรวม ที่ลงทุนในกองทุน SCHG อย่างกองทุน TLUSHG-UH-X ชนิดสะสมมูลค่า ไม่จ่ายค่าประกันความเสี่ยงค่าเงิน และกองทุน TLUSHG-H-X ชนิดสะสมมูลค่า ที่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ซึ่งนอกจากได้รับการยกเว้นภาษีลงทุนนอกแล้ว ยังไม่เสียภาษีมรดกสหรัฐฯ สูงสุด 40% ด้วย และมีชนิด RMF เพื่อการลดหย่อนภาษี อย่างกองทุน TLUSHGRMF ชนิดเพื่อการเลี้ยงชีพ
ข่าวดีกองทุนกำลัง IPO วันที่ 21 พ.ค. 69 ลงทุนได้เลยผ่านแอป WealthX
คำเตือน :