หน้าแรก
กองทุนและสิทธิพิเศษ
WealthX PrimeSeriesX
เกี่ยวกับเรา
ทำไมต้อง WealthX
ข่าวสารและอัปเดต
ศูนย์ช่วยเหลือ
  • หน้าแรก
  • กองทุนและสิทธิพิเศษ
    • WealthX Prime
    • SeriesX
  • เกี่ยวกับเรา
  • ทำไมต้อง WealthX
  • ข่าวสารและอัปเดต
  • ศูนย์ช่วยเหลือ
ข่าวสารและอัปเดต

22 เม.ย. 2026 - 12:17

🤖 โอกาสลงทุนใน "Humanoid" หุ่นยนต์เปลี่ยนโลก!

ติดต่อเรา | ร้องเรียน | แจ้งเบาะแส

อีเมล: contact@wealthx.co

ไลน์: @wealthx

โทร: 02-666-9477 เวลา 9.00-17.00 น. จันทร์-ศุกร์

บริษัทหลักทรัพย์ เวลท์เอกซ์ จำกัด

เลขที่ 518/5 อาคารมณียาเซ็นเตอร์ ชั้น 7 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

© 2026 WealthX Securities Company Limited

All Rights Reserved

แนวทางการใช้แบรนด์นโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายคุกกี้ข้อกำหนดและเงื่อนไขโครงการ WealthX Prime

เมื่อโลกขาดแรงงาน 11 ล้านคน เปลี่ยนวิกฤติแรงงานให้เป็นโอกาส ด้วยกองทุน A-HUMANOID

ดูรายละเอียดกองทุน A-HUMANOID และหนังสือชี้ชวนที่ https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=258

พร้อมส่งคำสั่งซื้อได้ทันทีในแอป WealthX https://www.wealthx.co/funds/A-HUMANOID

ญี่ปุ่นกำลังขาดแรงงาน 11 ล้านคน ขณะที่เยอรมนีมีผู้สูงอายุทะลุ 28% ของประชากร นี่คือวิกฤติทางด้านประชากรที่นโยบายการเงินแก้ไม่ได้

ในอดีต AI อาจเป็นแค่ซอฟต์แวร์ในหน้าจอที่ช่วยเขียนอีเมล, สร้างรูปภาพ หรือเป็นผู้ช่วยจัดการข้อมูล แต่วันนี้ในปี 2026 ประวัติศาสตร์กำลังจะถูกเขียนขึ้นมาใหม่

เมื่อ AI เริ่มมี “ร่างกาย” จนกลายเป็น Humanoid หรือหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ที่พร้อมลงสนามแรงงานจริง ซึ่งคาดว่าจะสามารถทำงานหรือเดินปะปนกับมนุษย์เราได้ในอัตราส่วน 25 ตัวต่อมนุษย์ 100 คน ภายในไม่กี่ปีข้างหน้านี้

โดย Citi คาดการณ์ว่า ภายในปี 2035 จะมีหุ่นยนต์เหล่านี้ถึง 1,300 ล้านตัวทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม เมื่อ AI ออกจากหน้าจอ เข้ามาสู่โรงงานผลิตจริง หลายคนติดภาพว่าหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์จะต้องมีราคาแพงแน่นอน

แต่ความเป็นจริงที่นักลงทุนต้องรู้คือ

-ต้นทุนผลิต Humanoid ในอีก 25 ปีข้างหน้าคาดว่า จะลดลงกว่า 80% จนคุ้มค่ากว่าการจ้างงานมนุษย์ในหลายมิติ

-หุ่นยนต์เหล่านี้จะเข้ามาแทนที่แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมถึง 20 ล้านตำแหน่งภายในปี 2030

-หุ่นยนต์สามารถใช้งานได้จริงแล้ววันนี้ โดยบริษัทอย่าง BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้า EV และ Airbus ผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของโลก เริ่มนำ Humanoid เข้ามาทำงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ หรือมีความเสี่ยงสูง

-ตลาดนี้มีโอกาสเติบโตแตะ 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 34.3% ต่อปี

การแข่งขันเทคโนโลยีที่ดุเดือดทำให้บรรดา Venture Capital และสถาบันการเงินระดับโลกไม่ได้มองเรื่องนี้เป็นเพียงแค่กระแสที่เกิดขึ้นแล้วดับไป

โดยดูได้จากเม็ดเงินลงทุนในบริษัท Humanoid ที่พุ่งสูงถึง 11 เท่าภายในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,100 ล้านดอลลาร์

หากคุณต้องการเกาะไปกับเทรนด์นี้ สามารถลงทุนได้ผ่านกองทุน A-HUMANOID ของ บลจ.แอสเซท พลัส

เพราะกองทุนนี้จะไปลงทุนใน KraneShares Global Humanoid Robotics and Embodied Intelligence Index ETF (KOID) ที่กระจายการลงทุนในบริษัทที่กุมหัวใจของหุ่นยนต์ไว้ทั่วโลก

🇺🇸 สหรัฐฯ (30.29%) นำโดย Tesla กับโปรเจกต์ Optimus Gen 3 ที่ใช้ AI (Grok) เชื่อมต่อกับร่างกายหุ่นยนต์โดยตรง เพื่อให้มันตัดสินใจและทำงานที่ซับซ้อนแทนมนุษย์ได้ทันที

🇨🇳 จีน (28.22%) ผู้นำแห่งการผลิต ที่มี UBTECH บริษัทชั้นนำด้านหุ่นยนต์อัจฉริยะจากประเทศจีน ได้ส่งหุ่นยนต์เข้าไลน์ผลิตในโรงงานรถยนต์ไฟฟ้าแล้ว

🇯🇵 ญี่ปุ่น (13.13%) ประเทศที่กุมความเชี่ยวชาญด้านระบบ Precision กลไกการเคลื่อนไหวที่ไม่มีใครเลียนแบบได้


เจาะลึกกองทุน A-HUMANOID ของ บลจ.แอสเซท พลัส

กองทุนนี้ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของอนาคต ไม่ได้ลงทุนในบริษัทเพียงแบรนด์เดียว แต่ลงทุนผ่าน KraneShares Global Humanoid Robotics and Embodied Intelligence Index ETF เพื่อกุมความได้เปรียบในทุกส่วนประกอบสำคัญ (Value Chain)

โดยกองทุนมีเป้าหมายเพื่อติดตามผลการลงทุนของดัชนี MerQube Global Humanoid and Embodied Intelligence Index ซึ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Humanoid Robotics และ Embodied AI Ecosystem

ซึ่งกองทุนจะลงทุนทั้ง 4 หัวใจหลักของ Humanoid ได้แก่

  1. Actuation and Mechanical Systems หรือฮาร์ดแวร์การเคลื่อนไหว ซึ่งเปรียบเสมือนกล้ามเนื้อและข้อต่อของหุ่นยนต์ เช่น

-HIWIN Technologies คือผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้าน Motion Control หรือระบบควบคุมการเคลื่อนที่อัตโนมัติ ซึ่งเปรียบเสมือนส่วนประกอบที่ทำให้หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรสามารถขยับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดยสินค้าของ HIWIN ไม่ได้เป็นเพียงชิ้นส่วนเหล็กทั่วไป แต่คือกลไกความแม่นยำสูงที่ใช้ในอุตสาหกรรมที่ผิดพลาดไม่ได้ เช่น เครื่องมือแพทย์, การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ หรือชิปคอมพิวเตอร์ และแขนกลหุ่นยนต์ในโรงงานประกอบรถยนต์ ซึ่งต้องการทั้งความเร็วและความแม่นยำในเวลาเดียวกัน

-Leader Harmonious Drive เป็นบริษัทชั้นนำจากประเทศจีนที่เชี่ยวชาญด้านการผลิต Harmonic Drive หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่าชุดเกียร์ลดความเร็วแบบความแม่นยำสูง (Strain Wave Gearing) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่เปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมหุ่นยนต์สมัยใหม่

  1. Intelligence Systems หรือระบบประมวลผล ที่ทำให้หุ่นยนต์ตัดสินใจได้ในเสี้ยววินาที โดยเปรียบเหมือนเป็นสมองของหุ่นยนต์ เช่น

-Texas Instruments (TI) คือยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ผู้นำโลกด้านชิปแอนะล็อกและสมองกลฝังตัวที่ทำหน้าที่ควบคุมไฟฟ้าและสัญญาณในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

สินค้าหลักคือเซมิคอนดักเตอร์ความแม่นยำสูงที่เน้นความทนทานและเสถียรภาพสูงสุดสำหรับใช้งานในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรทั่วโลก

-Renesas คือยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ผู้นำโลกด้านไมโครคอนโทรลเลอร์ (MCU) และชิปควบคุมระบบไฟฟ้าที่เน้นความทนทานและปลอดภัยสูง สินค้าหลักคือสมองกลฝังตัวที่เป็นหัวใจสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรโรงงาน เพื่อให้การสั่งการแม่นยำ

  1. Sensing and Perception Systems หรือระบบเซนเซอร์และสัมผัส ที่ทำให้หุ่นยนต์สามารถหยิบจับวัตถุได้อย่างแม่นยำและไม่เสียหาย เช่น

-Melexis ผู้ออกแบบเซมิคอนดักเตอร์และโซลูชันไมโครอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกจากประเทศเบลเยียม ที่เน้นการพัฒนาชิปเซนเซอร์และตัวขับเคลื่อน ที่มีความแม่นยำสูง

  1. Integrator หัวใจหลักในการนำองค์ประกอบร่างกายและสมอง มาออกแบบและประกอบให้กลายเป็นหุ่นยนต์ที่สมบูรณ์ เช่น

-Tesla ที่นำ Grok มารวมเข้ากับ Optimus ให้สามารถตัดสินใจและพูดคุยกับมนุษย์ได้ทันที

โดยกองทุน A-HUMANOID ของ บลจ.แอสเซท พลัส ใช้กลยุทธ์การลงทุนดังนี้

-มุ่งสร้างโอกาสการเติบโตผ่านกองทุนหลักคือ KraneShares Global Humanoid Robotics and Embodied Intelligence Index ETF (KOID) ซึ่งออกแบบมาเพื่อเคลื่อนไหวตามดัชนีอ้างอิง ที่รวมบริษัทชั้นนำที่เกี่ยวข้องกับ Humanoid และปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพโดยเฉพาะ อย่าง MerQube Global Humanoid and Embodied Intelligence Index

-เน้นสัดส่วนการลงทุนหุ้นแบบเท่ากันทุกตัว (Equal Weight) โดยไม่อิงตามมูลค่าตลาดเพื่อกระจายน้ำหนักการลงทุนอย่างสมดุลในทุกบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดการกระจุกตัวและกระจายโอกาสอย่างทั่วถึง

-มีการ Rebalance ทุก ๆ 3 เดือน เพื่อรักษาความสมดุลของสัดส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง

-คัดเลือกบริษัทเข้าสู่ดัชนีโดยพิจารณาจากบทบาทและความเกี่ยวข้องโดยตรงในอุตสาหกรรม Humanoid และระบบนิเวศที่เกี่ยวข้อง

สิ่งที่น่าสนใจของกองทุนนี้คือ

-กองทุนนี้ ได้ลงทุนในกองทุนหลัก KraneShares Global Humanoid Robotics and Embodied Intelligence Index ETF (KOID) สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี (Annualized Return) ได้สูงถึง +44.47% นับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 27 ก.พ. 2026)

-กระจายการลงทุนในบริษัทชั้นนำ 58 แห่ง ครอบคลุม 3 ประเทศมหาอำนาจที่มีการลงทุนใน Humanoid สูงสุด คือ สหรัฐฯ (30.29%), จีน (28.22%) และญี่ปุ่น (13.13%) (ข้อมูล ณ วันที่ 27 ก.พ. 2026)

-จังหวะเวลาที่ใช่ เมื่อโลกต้องการแรงงานจากหุ่นยนต์เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่กำลังถดถอยจากสังคมผู้สูงอายุ

-แผนการผลิต Optimus Gen 3 ของ Elon Musk ที่ตั้งเป้าหมายในอนาคต 1 ล้านตัวต่อปี

ภายในปี 2030 หุ่นยนต์ 20 ล้านตำแหน่งจะเข้าสู่ระบบ นี่คืออุตสาหกรรมที่จะมาร่วมส่วนแบ่งจากตลาดแรงงานมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกองทุน A-HUMANOID ในวันที่แรงงานมนุษย์หดหาย แต่ความต้องการของโลกยังเท่าเดิม เงินทุนจะไหลไปยังที่เครื่องจักรกลที่มีสมองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และกลายเป็นอุตสาหกรรมในอนาคต

กองทุน A-HUMANOID ของ บลจ.แอสเซท พลัส จะ IPO วันที่ 22-27 เมษายน 2026

ดูรายละเอียดกองทุน A-HUMANOID และหนังสือชี้ชวนที่ https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=258

พร้อมส่งคำสั่งซื้อได้ทันทีในแอป WealthX https://www.wealthx.co/funds/A-HUMANOID

ลงทุนได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยที่ WealthX บริหารโดย บล.เวลท์เอ็กซ์ ในเครือ LTMH และลงทุนแมน ได้รับใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจอย่างถูกต้อง และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต.

สนับสนุนโดย บลจ.แอสเซท พลัส

คำเตือน :

-ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน -ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนหลัก มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

-องทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

Reference :

-Kraneshares Fact Sheet 27 Feb 2026