หน้าแรก
กองทุนและสิทธิพิเศษ
WealthX PrimeSeriesX
เกี่ยวกับเรา
ทำไมต้อง WealthX
ข่าวสารและอัปเดต
ศูนย์ช่วยเหลือ
  • หน้าแรก
  • กองทุนและสิทธิพิเศษ
    • WealthX Prime
    • SeriesX
  • เกี่ยวกับเรา
  • ทำไมต้อง WealthX
  • ข่าวสารและอัปเดต
  • ศูนย์ช่วยเหลือ
ข่าวสารและอัปเดต

27 เม.ย. 2026 - 09:36

รู้จัก A-HUMANOID กองทุนที่เน้นสร้างโอกาสจากอุตสาหกรรมหุ่นยนต์

ติดต่อเรา | ร้องเรียน | แจ้งเบาะแส

อีเมล: contact@wealthx.co

ไลน์: @wealthx

โทร: 02-666-9477 เวลา 9.00-17.00 น. จันทร์-ศุกร์

บริษัทหลักทรัพย์ เวลท์เอกซ์ จำกัด

เลขที่ 518/5 อาคารมณียาเซ็นเตอร์ ชั้น 7 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

© 2026 WealthX Securities Company Limited

All Rights Reserved

แนวทางการใช้แบรนด์นโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายคุกกี้ข้อกำหนดและเงื่อนไขโครงการ WealthX Prime

รู้จัก A-HUMANOID กองทุนที่เน้นสร้างโอกาสจากอุตสาหกรรมหุ่นยนต์

📅 IPO: 22-27 เม.ย. 2026

ซื้อเลยที่แอป 👇🏻 https://www.wealthx.co/funds/A-HUMANOID

ลองจินตนาการว่าถ้าโลกของเรามีหุ่นยนต์กว่า 1,300 ล้านตัวกระจายอยู่ทั่วโลก ตามโรงงาน ถนน ออฟฟิศ และบ้านเรือนต่าง ๆ ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ?

แม้จะดูคล้ายพล็อตภาพยนตร์ แต่จากรายงาน Citi GPS คาดว่าตัวเลขนี้มีโอกาสเกิดขึ้นในปี 2035 สิ่งที่ผลักโลกไปถึงจุดนั้นอาจมาจาก AI ที่เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตยกระดับหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ หรือ “Humanoid” ไปแบบก้าวกระโดด

แล้วทำไมทั่วโลกกำลังทุ่มเงินมหาศาล เพื่อพัฒนา Humanoid ? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ปี 2022 เม็ดเงินลงทุนในบริษัท Humanoid ทั่วโลกอยู่ที่ 15,269 ล้านบาท แต่ในปี 2025 เพิ่มเป็น 165,364 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 10 เท่าภายใน 3 ปี

สิ่งสำคัญที่ทำให้ยักษ์ใหญ่ทั่วโลกต้องผลักดัน Humanoid ขนาดนี้ มาจาก 3 เหตุผลหลัก ได้แก่

เหตุผลที่ 1 แรงงานลดลงจากปัญหาสังคมสูงวัย

ปัจจุบัน ประชากรวัยทำงานอายุ 15-64 ปี กำลังลดลงเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในประเทศมหาอำนาจ เช่น เยอรมนี, จีน และญี่ปุ่น

หนึ่งในหนทางแก้ปัญหาคือ การเร่งผลิตหุ่นยนต์ และ Humanoid มาเป็นแรงงานทดแทนที่หายไป ในอุตสาหกรรมสำคัญต่าง ๆ เช่น

-โรงงานการผลิต เริ่มใช้งานแล้วในโรงงานประกอบรถยนต์ ทั้งงานที่มีความเสี่ยงสูง หรืองานเดิมซ้ำ ๆ ซึ่งคาดว่าในปี 2030 หุ่นยนต์จะเข้ามาแทนที่มนุษย์ถึง 20 ล้านตำแหน่ง

-ธุรกิจโรงพยาบาล ช่วยการแพทย์ด้านการดูแลผู้ป่วย, กายภาพบำบัด และเฝ้าระวังอาการ โดยคาดว่าตลาดหุ่นยนต์ทางการแพทย์จะมีมูลค่า 648,400 ล้านบาท ในปี 2026 นี้

-ธุรกิจครัวเรือน คาดว่าปี 2030 Humanoid สำหรับจัดการงานบ้าน ดูแลผู้สูงวัยและผู้ป่วยติดเตียง จะเริ่มเปลี่ยนผ่านสู่การใช้งานจริงในบ้าน

เหตุผลที่ 2 การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจโลก

นอกจาก AI และเซมิคอนดักเตอร์แล้ว Humanoid กำลังกลายเป็นอีกสมรภูมิใหม่ ของสหรัฐฯ และจีน

ในปี 2025 ฝั่งสหรัฐฯ มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่อุตสาหกรรม Humanoid สูงสุดในโลก คิดเป็นสัดส่วน 54% โดยมีดาวเด่นอย่าง Optimus Gen 3 จาก Tesla ที่คิดและโต้ตอบได้แบบเรียลไทม์ และกำลังเร่งผลิตสู่การใช้งานในวงกว้าง

ขณะที่จีน สัดส่วนเม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรม Humanoid ก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จาก 14% ในปี 2022 เป็น 39% ในปี 2025 นำทัพโดยหุ่นยนต์ Walker S2 ของ UBTECH ที่เริ่มใช้งานจริงแล้วในโรงงานของ BYD และ Airbus

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายประเทศที่พัฒนา Humanoid หวังชิงส่วนแบ่งการตลาด ไม่ว่าจะเป็น

  • ญี่ปุ่น พัฒนา Kaleido 9 โดย Kawasaki
  • เกาหลีใต้ พัฒนา Atlas โดย Hyundai และ Boston Dynamics
  • เยอรมนี พัฒนา 4NE-1 โดย Neura Robotics

นี่จึงไม่ใช่แค่การแข่งขันเทคโนโลยี แต่คือเกมชิงอำนาจ ในฐานะผู้ครองตลาดแรงงานโลกแห่งอนาคต

เหตุผลที่ 3 ต้นทุนการผลิตที่กำลังถูกลง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบัน Humanoid ยังมีราคาสูง เพราะเทคโนโลยีซับซ้อน และมีข้อจำกัดในการผลิต แต่ในอีก 10 ปีข้างหน้า ต้นทุนการผลิต Humanoid มีโอกาสลดลง 60-70% จาก 2 ปัจจัยหลัก ๆ คือ

-ผู้ผลิตเริ่มเดินสายผลิตจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง จากการสั่งซื้อชิ้นส่วนในปริมาณสูง และ Supply Chain ที่มีประสิทธิภาพขึ้น

-ผู้ผลิตเริ่มใช้ระบบขับเคลื่อนข้อต่อแบบโมดูลาร์ (Modularized Mechatronic Joints) ที่รวมทั้งมอเตอร์, เกียร์, เซนเซอร์ ไปจนถึงระบบควบคุมไว้ในชิ้นส่วนเดียว ช่วยทำให้ต้นทุนการผลิตลดลง

ทั้งหมดนี้จะทำให้ Humanoid ไม่ใช่ของเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่กลายเป็นเทคโนโลยีที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ และส่งผลให้ตลาดเติบโตแบบก้าวกระโดด

โดยคาดว่า มูลค่ารวมของตลาด Humanoid ทั่วโลก อาจแตะ 52,395,150 ล้านบาท ในปี 2050 ด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) 34.3% ต่อปี

ส่วนเหตุผลที่คาดว่าตลาด Humanoid จะโตมหาศาล เพราะการพัฒนาหุ่นยนต์หนึ่งตัว ต้องอาศัย 4 เทคโนโลยีหลักไปพร้อมกัน ได้แก่

-ฮาร์ดแวร์ เช่น ระบบขับเคลื่อน, ระบบกลไก และวัสดุขั้นสูงต่าง ๆ ที่ต้องออกแบบให้เคลื่อนไหวใกล้เคียงกับมนุษย์จริง

-ระบบประมวลผล ใช้เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของมอเตอร์ จัดการข้อมูลจากเซนเซอร์ และระบบปฏิบัติการสำหรับตัดสินใจ

-ระบบเซนเซอร์ ประสาทสัมผัสของหุ่นยนต์ สำหรับตรวจจับระยะห่างระหว่างกำแพง และการหยิบจับสิ่งของ

-การประกอบและวางระบบ นำฮาร์ดแวร์ และระบบประมวลผล มาออกแบบ และประกอบเป็นหุ่นยนต์ ก่อนวางขายสู่ตลาด

ทั้งหมดนี้ทำให้ซัปพลายเชน Humanoid เชื่อมโยงเป็นระบบนิเวศขนาดใหญ่ ครอบคลุมหลายอุตสาหกรรม

ถึงตรงนี้ ถ้าใครมองว่า Humanoid กำลังจะเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว การลงทุนผ่านกองทุนรวมที่รวมระบบนิเวศของ Humanoid ไว้ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่กระจายความเสี่ยง และเกาะเทรนด์ได้

หนึ่งในนั้นคือกองทุน A-HUMANOID หรือกองทุนเปิด เอแทรคเกอร์ส โกลบอล ฮิวแมนนอยด์ ความเสี่ยงกองทุนระดับ 6 จาก บลจ.แอสเซท พลัส

กองทุนนี้ จะเข้าไปลงทุนใน KraneShares Global Humanoid Robotics and Embodied Intelligence Index ETF (KOID) ที่อ้างอิงดัชนีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Humanoid และปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพโดยเฉพาะ อย่าง MerQube Global Humanoid and Embodied Intelligence Index

ภายใต้แนวทางการลงทุน -กระจายการลงทุน 59 บริษัท เน้นที่ 3 ประเทศที่ลงทุนกับ Humanoid สูง อย่างสหรัฐฯ, จีน และญี่ปุ่น -เน้นสัดส่วนการลงทุนหุ้นแบบเท่ากันทุกตัว (Equal Weight) โดยไม่อิงมูลค่าตลาด

ตัวอย่างบริษัท Top 3 ในพอร์ตลงทุน ณ 31 มี.ค. 2026 -Jabil Inc. 2.13% -Credo Technology Group Holding Ltd. 2.12% -Amphenol Corporation 2.10%

กองทุนดังกล่าว สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี (Annualized Return) ที่ 44.47% นับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุน ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิงที่อยู่ในระดับ 44.37% (ข้อมูล ณ 27 ก.พ. 2026)

กองทุน A-HUMANOID เปิดจอง IPO วันที่ 22-27 เมษายน 2026 นี้

ผู้ใดสนใจลงทุนในกองทุน A-HUMANOID สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.assetfund.co.th/home/fundfact-template01.aspx?id=258&fbclid=IwY2xjawRYK_xleHRuA2FlbQIxMABicmlkETF3ZkVRTVFGSWNJa0xleFBXc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHky_mMy8x_cilTZuKl_4b0ZwV993y7jh-_O_I8uK6ezD45KiyBLYmIXIbCwA_aem_s7KKiLOuEu2h5eHuBJ5x6A

สนับสนุนโดย บลจ.แอสเซท พลัส

หมายเหตุ : Fx Rate 1 USD = 32.42 THB (ณ วันที่ 23 มี.ค. 2026)

คำเตือน : -ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน -ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนหลัก มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต -กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน ผู้ลงทุนอาจขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้