19 ต.ค. 2026 - 15:10
19 ต.ค. 2026 - 15:10
ล่าสุดของตลาดหุ้นสหรัฐลงมาถึงโซน Extreme Fear ทั้งที่ VIX ยังไม่ได้อยู่ในระดับ panic แบบวิกฤติ
เป็นภาวะที่ความกลัวเกิดจากหลายแรงกดดันพร้อมกัน มากกว่าจะเป็นเหตุการณ์เดียว
ทำไมจู่ ๆ นักลงทุนถึงกลัวกันขนาดนี้ ?
เรื่องแรก คือ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ที่เคยเป็นผู้นำตลาด กำลังถูกขายอย่างหนัก
วันศุกร์ที่ผ่านมา Nasdaq ลดลงประมาณ 2.1% และตลอดทั้งสัปดาห์ลดลงประมาณ 4.5% ขณะที่หุ้น Semiconductor หลายตัวปรับตัวลงแรง
ตลาดเริ่มตั้งคำถามว่า เงินหลายล้านล้านดอลลาร์ที่กำลังลงทุนใน Data Center และ AI จะสร้างผลตอบแทนกลับมาได้เร็วพอหรือไม่
เรื่องที่สอง คือ ดอกเบี้ยระยะยาวยังสูงมาก
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ให้ผลตอบแทนประมาณ 5.09%
หมายความว่า นักลงทุนสามารถได้ผลตอบแทนกว่า 5% จากสินทรัพย์ที่ความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้นมาก
เมื่อ Risk-free rate สูงขนาดนี้ หุ้นที่มี Valuation สูงก็ต้องถูกตั้งคำถามว่าทำไมเราต้องจ่ายแพงเพื่อถือหุ้น ?
เรื่องที่สาม คือ ราคาน้ำมันกลับมาเป็นความเสี่ยง
Brent อยู่แถว 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
น้ำมันแพง เงินเฟ้อสูงขึ้น เงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยอาจต้องสูงนานขึ้น
จึงเป็นสิ่งที่ตลาดหุ้นไม่อยากเห็นพร้อมกัน
ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดสิ่งที่ตลาดไม่ชอบมากที่สุด
ความไม่แน่นอน
แล้วช่วง Extreme Fear นักลงทุนควรทำอะไร ?
สิ่งที่ Extreme Fear กำลังบอกเราคือ
Risk-Reward ของการเริ่มลงทุน กำลังดีขึ้น
ดังนั้นสิ่งที่ควรทำมี 4 อย่าง
1.อย่าขายเพราะความกลัว
ถ้าพื้นฐานของสินทรัพย์ที่เราถือไม่ได้เปลี่ยน การขายเพียงเพราะราคาลดลง มักเป็นการเปลี่ยนความผันผวนชั่วคราวให้กลายเป็นขาดทุนจริง
2.อย่าพยายามทาย Bottom
แทนที่จะทุ่มเงินทั้งหมดในวันเดียว
อาจแบ่งเงินเป็น 3-5 ก้อน ทยอยลงทุนเมื่อราคาลดลง
เพราะไม่มีใครรู้ว่า Fear 18 จะกลายเป็น Fear 10 หรือ Fear 5 ก่อนตลาดฟื้นหรือไม่
3.Extreme Fear คือเวลาที่ต้องเลือกคุณภาพ
เวลาตลาด Greed แทบทุกอย่างสามารถขึ้นได้
แต่เวลาตลาด Fear บริษัทที่มี
กำไรจริง กระแสเงินสดดี หนี้ไม่สูง และมีความได้เปรียบทางธุรกิจ
จะมีคุณค่ามากขึ้น
4.Rebalance ไม่ใช่ All-in
ถ้าพอร์ตเดิมตั้งเป้า หุ้น 60% ตราสารหนี้ 40%
แล้วหุ้นลดลงจนเหลือ 52%
Extreme Fear อาจเป็นเวลาที่เหมาะ ในการค่อย ๆ ซื้อหุ้นกลับไปที่ 60%
มีประโยคหนึ่งของ Warren Buffett ที่ถูกพูดถึงบ่อยว่า
“Be fearful when others are greedy, and greedy when others are fearful.”
การมีความกล้าพอที่จะลงทุน ในวันที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากลงทุน
เพราะในตลาดหุ้น
ช่วงเวลาที่รู้สึกสบายที่สุด มักไม่ใช่ช่วงเวลาที่สินทรัพย์ราคาถูกที่สุด
และช่วงเวลาที่รู้สึกน่ากลัวที่สุด
ก็มักเป็นช่วงเวลาที่ ผลตอบแทนที่เราคาดหวังจากอนาคต เริ่มน่าสนใจขึ้น..
สำหรับใครที่อยากค่อย ๆ ทยอยสะสมกองทุนหุ้นสหรัฐในจังหวะนี้
TLUS500-UH-X ลงทุนในดัชนี S&P500 ที่มีจุดเด่นไม่เหมือนใครคือ
✅ ค่าจัดการฟรี (TER 0.139% ต่อปี)
✅ ไม่มีลิมิตการซื้อ
กองทุนรวมไทยได้รับยกเว้นภาษีหุ้นนอก Capital gain และไม่มีประเด็นภาษีมรดกสหรัฐ เป็นไปตามกฎหมายภาษีของประเทศไทย
TLUS500-UH-X ลงทุนในกองทุนหลัก iShares Core S&P 500 ETF หรือ IVV ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับทุกคน ตั้งแต่คนที่เพิ่งเริ่มลงทุน คนที่อยาก DCA ทุกเดือน ไปจนถึงคนที่อยากใช้ S&P 500 เป็น Core Portfolio ระยะยาว
กองทุนนี้ มีโปร 10.10 ตั้งแต่ 12 - 30 ต.ค. 2569 ใครซื้อ หรือสับเปลี่ยนเข้า TLUS500-UH-X 500,000 บาทขึ้นไป จะได้รับหน่วยลงทุนกองทุน TLWORLD-X กองทุนหุ้นโลก 10,000 บริษัท มูลค่า 10% ของค่าธรรมเนียมซื้อ / สับเปลี่ยนเข้า
(ค่าธรรมเนียมซื้อปกติ 0.1% ของเงินลงทุน) โดยจะทำรายการส่งคำสั่งกองทุนโปรโมชัน ในวันที่ 11 พ.ย. 69 คำนวณจากค่าธรรมเนียมซื้อสุทธิหลังส่วนลดอื่น โดยไม่เกิน 0.2% ของเงินลงทุน ตามเกณฑ์ AIMC
กองทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์และอัตราแลกเปลี่ยนจากการลงทุนในตราสารต่างประเทศผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยง ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นไปตามที่สรรพากรกำหนด ทั้งนี้ บริษัทมีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการกองทุน และอาจได้รับส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากการขายกองทุน โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากผู้ซื้อ ผู้ลงทุนควรพิจารณาความเหมาะสมและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ระดับความเสี่ยง : 6
จัดทำขึ้น ณ วันที่ 10 ต.ค. 2569